วันอาทิตย์ , 17 พฤศจิกายน 2019
Breaking News

รัฐบาลจ่ายเงินช่วย ค่าน้ำ-ค่าไฟ-ชดเชยภาษี เข้า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

   กรมบัญชีกลาง พร้อมจ่ายเงินช่วย ค่าไฟ-ค่าน้ำ-เงินชดเชยจากภาษีมูลค่าเพิ่ม เข้า e-Money ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตั้งแต่ตุลาคม 2562-กันยายน 2563 ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย

บัตรพลังประชารัฐ

          วันที่ 11 ตุลาคม 2562 สปริงนิวส์ รายงานว่า นายภูมิศักดิ์ อรัญญาเกษมสุข อธิบดีกรมบัญชีกลาง เผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบขยายความช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต่อเนื่องอีก 3 มาตรการ ระหว่างเดือนตุลาคม 2562 – กันยายน 2563 ได้แก่
1. บรรเทาภาระค่าไฟฟ้า ให้กับผู้มีสิทธิที่ใช้ไฟฟ้า ไม่เกิน 230 บาท ต่อครัวเรือนต่อเดือน2. บรรเทาภาระค่าน้ำประปา ให้กับผู้มีสิทธิที่ใช้น้ำประปา ไม่เกิน 100 บาท ต่อครัวเรือนต่อเดือน3. มาตรการชดเชยเงินจากภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้มีรายได้น้อย
          โดยการโอนเงินเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพและช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันให้แก่ผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ค่าไฟฟ้า

          สำหรับมาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้า และค่าน้ำประปา ผู้มีสิทธิที่ได้ลงทะเบียนใช้สิทธิกับการไฟฟ้าไว้แล้ว จะได้รับความช่วยเหลือต่อเนื่องทันที ไม่ต้องลงทะเบียนใช้สิทธิใหม่ ตามเงื่อนไขเดิม คือ ผู้มีสิทธิจะต้องชำระเงินค่าไฟฟ้า และค่าน้ำประปาไปก่อน ตามใบแจ้งหนี้ประจำเดือนที่เรียกเก็บของเดือนตุลาคม 2562 – กันยายน 2563 จากนั้นกรมบัญชีกลางจะประมวลผลข้อมูลการใช้สิทธิรับเงินช่วยเหลือให้ครัวเรือนละ 1 สิทธิต่อเดือน และจะโอนเงินชดเชยเข้า e-Money ตามจำนวนที่ผู้มีสิทธิได้ชำระไว้ตามจริง ในเดือนถัดไปหลังจากผู้มีสิทธิได้ชำระเงินตามใบแจ้งหนี้ โดยจะจ่ายทุก ๆ วันที่ 18 ของเดือนเช่นเดิม
          ซึ่งผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิ ยังสามารถลงทะเบียนใช้สิทธิเพิ่มเติมได้ โดยผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในเขตกรุงเทพฯ สมุทรปราการ และนนทบุรี ลงทะเบียนรับสิทธิกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การประปานครหลวง (กปน.) ส่วนต่างจังหวัด ลงทะเบียนรับสิทธิกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) สำนักงานกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัตหีบ และการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) หรือที่สำนักงานการไฟฟ้า/สำนักงานประปา ทุกแห่ง

ค่าน้ำประปา

          สำหรับมาตรการชดเชยเงินจากภาษีมูลค่าเพิ่ม กรมบัญชีกลางจะจ่ายเงินชดเชยจากข้อมูลภาษีเมื่อผู้มีสิทธิได้ชำระค่าสินค้า หรือบริการผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 – 30 กันยายน 2563 ซึ่งเป็นการใช้จ่ายจริงผ่านบัตรในแต่ละเดือน โดยแบ่งออก เป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย
1. ร้อยละ 2 จะกันไว้เป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม2. ร้อยละ 5 เพื่อนำไปใช้จ่าย ซึ่งเงินในส่วนนี้จะโอนเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
          ทั้งนี้ เมื่อรวมกันทั้งสองส่วนแล้ว ต้องไม่เกิน 500 บาท ต่อคนต่อเดือน ซึ่งเงินชดเชยดังกล่าวกรมบัญชีกลาง จะโอนให้ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หากตรงกับวันหยุดจะเลื่อนเป็นวันทำการก่อนวันหยุด

Comments

comments